Li Ka-Shing: ประวัติลีกาชิงและคมคิด

Li Ka-Shing (ลีกาชิง) คือนักธุรกิจคนสำคัญของฮ่องกง ธุรกิจหลักของเขาคือบริษัท “Hutchison Whampao” ซึ่งประกอบ (หรือเคยประกอบ) ธุรกิจอื่นอีกเยอะแยะ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ท่าเรือ ขนส่งมวลชน ร้านค้าปลีก โทรศัพท์สื่อสาร เรียกได้ว่าถ้าจะใช้ชีวิตบนเกาะฮ่องกง ยากมากที่จะหนีสินค้าและบริการของกลุ่มธุรกิจของลีกาชิง ถึงขนาดครั้งหนึ่งเขาถูกจัดอันดับเป็นคนที่รวยสุดในเอเชีย และอันดับ 10 ของโลกด้วย

800x-1
Photo credit – Photographer: Anthony Kwan/Bloomberg https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-03-18/with-li-ka-shing-out-his-empire-seen-ripe-for-change-of-guards

ประวัติโดยย่อ ลีกาชิงกำพร้าพ่อแต่เด็ก ทำให้เขาต้องทำงานตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ เขาบอกว่าตอนเด็กต้องทำงานเป็นลูกจ้างกว่า 16 ชม. ต่อวัน บางเสาร์อาทิตย์ต้องทำทั้งวัน แต่ด้วยอุปนิสัยที่เขารักการอ่านมาก ลีกาชิงสละเวลาเที่ยวเล่นเอามาอ่านหนังสือและพัฒนาตัวเอง คือ เขาเป็นคนที่จะเอาเวลาว่างที่มีทั้งหมดมาทำอะไรเพื่อเรียนรู้ ทั้งนี้พ่อของเขาก่อนตายสอนลีกาชิงว่า “ถ้าจะอยู่ในฮ่องกงจำเป็นต้องเรียนภาษาจีนกวางตุ้งและภาษาอังกฤษ ถ้าอยากเหนือกว่าคนอื่นและทำการใหญ่ในฮ่องกง ต้องเก่งภาษาอังกฤษ” ลีกาชิงจึงตั้งใจมาก มีเวลาว่างก็ท่องศัพท์ เขาคิดว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์มาก เพราะในเวลาต่อมาทำให้เขาติดต่อธุรกิจ ทำดีลกับชาวต่างชาติได้เอง ถ้ามองย้อนไปตอนนั้น มันเป็นการ สละผลประโยชน์ความสุขชั่วคราวตรงหน้าที่ได้เที่ยวเล่น แล้วทำการสั่งสมรากฐานที่สำคัญให้กับอนาคต เพราะฉะนั้น ลีกาชิงจึงเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับ “เวลา” อย่างมาก ต้องบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์ ทุกวันนี้เมื่อใดที่ปลอดธุระ เขาก็จะยังอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติมเสมอ

ลีกาชิง “ไม่เชื่อเรื่องดวง” เขาบอกว่าทุกสิ่งอยู่ที่ตัวเรากำหนด หมอดูเคยทักเขาตอนเด็กว่าอนาคตของเขานั้น ยากที่จะประสบความสำเร็จ เขาบอกว่า “อนาคตกับวันพรุ่งนี้ต่างกัน พรหมลิขิตกับโชคชะตาก็ต่างกัน พรุ่งนี้คือวันใหม่ – อนาคตคือสิ่งที่เลือกต่อเนื่องจากความบังเอิญ การค้นหาตัวตน การเปลี่ยนแปลงตัวเอง … คุณจะประสบความสำเร็จได้ต้องแสวงหาด้วยตัวเอง ต้องรู้ว่ากำลังหาอะไร ในทิศทางใด และคุณมีอุดมการณ์แบบไหน” ตัวอย่างเช่น เรื่องเปิดโรงงาน มีแต่คนเตือนว่าถนนสายนี้ฮวงจุ้ยไม่ดี เจ๊งหลายร้าน แต่เขาเห็นว่า โรงงานได้ออเดอร์สั่งซื้อแล้ว เครดิตทางการค้าสำคัญที่สุด จะมายกเลิกไม่ได้ ก็เลยทำต่อไป ซึ่งต่อมาธุรกิจก็เติบโตขึ้นมหาศาล เขาเลยแนะว่า “ฮวงจุ้ยเปลี่ยนไปตามตัวบุคคล สภาพแวดล้อมเป็นเช่นไรก็จะมีบุคคลเช่นนั้น ที่ไหนมีคนขยันหมั่นเพียร ฮวงจุ้ยจะดีเอง สิ่งสำคัญคือเราเป็นคนประเภทใดต่างหาก

ในด้านธุรกิจ ลีกาชิงเป็นคนที่ตัดสินใจลงทุนแบบระยะยาว ชอบซื้อสินทรัพย์ราคาถูกแล้วค่อยขายตอนแพง เป็นคนที่สะสมข้อมูลไว้เยอะมาก เพื่อช่วยในการตัดสินใจครั้งสำคัญ ๆ เช่น ครั้งหนึ่งที่อสังหาริมทรัพย์ฮ่องกงมีราคาตกต่ำอย่างมาก ใคร ๆ ก็อยากขาย ลีกาชิงซื้อสะสมไว้หมด เพราะเขามองว่าเป็นเพียงวิกฤตชั่วคราวแต่เป็นโอกาสในระยะยาว โอกาสมาพร้อมวิกฤตเสมอ อยู่ที่ใครจะเตรียมตัวมากกว่า และมีสติพอที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้อยู่ในเหตุผลได้

เขายังแนะว่าสิ่งที่จะช่วยให้เราไปได้ไกล คือ เราต้อง “ขยันหมั่นเพียร” ความเพียรพยายามเป็นเงื่อนไขของความสำเร็จ และต้องไม่กลัวความล้มเหลว รวมถึงต้องมีความอดทนด้วย คนส่วนใหญ่มักจะดูที่ผลลัพธ์ ซึ่งมันคือปลายทาง ธุรกิจเขาโตมาขนาดนี้ได้ก็เพราะเขาทำงานหนักไม่ย่อท้อ เขาเคยถามคนอื่นว่า เวลาขับรถเข้าปั๊มน้ำมัน สิ่งที่อยากทำสุดคืออะไร? ไม่มีคำตอบใดถูกใจ ส่วนใหญ่ตอบว่า ไปเติมน้ำมัน แต่ลีกาชิงบอกว่า สิ่งที่ควรทำคือ รีบออกจากปั๊มน้ำมันให้เร็วที่สุด เพื่อมุ่งไปยังจุดหมายของตนต่างหาก – คนเราเมื่อต้องการทำอะไรต้องมีจุดหมาย และถ้าเป็นจุดหมายที่ยิ่งใหญ่ยิ่งดีครับ